สวัสดีจอร์เจีย : Hello Georgia



สวัสดีจอร์เจีย : Hello Georgia

จอร์เจีย หนึ่งในประเทศเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่ทางเราไม่เคยมองข้ามเพราะที่นี่นั้นมีอะไรเด่น อะไรเจ๋งอยู่เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งสถาปัตยกรรม ตัวเมือง ธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่งเรา Apollo Overseas Tour จะพาทุกท่านไปรู้จักกันให้มากกว่าเดิมแต่ก่อนอื่นเลยมาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมกันสักเล็กน้อยให้พอรู้ทิศรู้ทางของประเทศนี้สักหน่อย เริ่มตั้งแต่พื้นที่ของประเทศนี้กันก่อนเอาคร่าว ๆ ก็คือด้านบนของจอร์เจียติดกับรัสเซีย ส่วนด้านล่างติดกับ 3 ประเทศ ตุรกี อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน / มีทางด้านทิศตะวันตกของประเทศติดกับทะเลดำ (Black Sea) ดังนั้นก็แน่ใจได้ว่ามาจอร์เจียแล้วต้องได้เห็นทะเลแน่นอน ..

• ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ •

- เวลาที่ประเทศจอร์เจียช้ากว่าเมืองไทยบ้านเรา 3 ชั่วโมง
- ปัจจุบันนี้ยังไม่มีสายการบินไหนในบ้านเราบินตรง จะต้องไปต่อเครื่องกันก่อน ก็จะมีทั้งบินจากบ้านเราไปต่อเครื่องที่อิสตันบูล ตุรกี ใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง แล้วต่อไปยังทบิลิซี จอร์เจีย อีกประมาณ 3-4 ชั่วโมง.. หรือบางสายการบินก็ไปลงเมืองอัลมาตี้ คาซัคสถาน แล้วต่อจอร์เจีย ระยะเวลาก็พอ ๆ กัน .. สรุปเบ็ดเสร็จเอาแค่เดินทางไม่นับเวลาต่อเครื่องก็ประมาณ 11-12 ชั่วโมง
- ภาษาหลักของที่นี่ก็เป็นภาษาจอร์เจีย กับรัสเซีย โดยภาษาอังกฤษก็มีบ้างแต่ไม่ค่อยมีคนพูดสักเท่าไหร่
- สกุลเงินของจอร์เจีย - Lari ลารี .. แต่บางป้ายราคาก็จะสะกด Gel ก็คืออันเดียวกันมาจาก Georgian Lari ... อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย 1 ลารี ก็ประมาณ 10 บาทไทย.. โดยเราต้องแลก US Dollars หรือ Euro ไปแลกลารีที่สนามบินที่นั่น เพราะบ้านเราไม่มีลารีให้แลกไป
- อินเตอร์เนต ยังไม่มีเครือข่ายของไทยใช้ที่นั่น ต้องไปซื้อซิมที่นั่น ซึ่งยี่ห้อที่แนะนำคือ Magticom


TBILISI : ทบิลิซี ... เป็นเมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ข้อมูล ณ ปัจจุบันเฉลี่ยประชากรในประเทศนี้ก็ราว ๆ เกือบ 4 ล้านคน อาศัยอยู่กระจัดกระจายไปตามเมืองต่าง ๆ แต่จะเยอะมากหน่อยก็คือที่เมืองหลวง.. ตัวเมืองทบิลิซีนั้นบรรยากาศโดยรวม ๆ ก็ไม่ต่างอะไรมากนักจากโซนยุโรปทั่วไป ความสวยงามก็อยู่ที่ภูมิทัศน์ของเมืองที่หากเราหามุมสวย ๆ ขึ้นไปอยู่บนที่สูง ๆ แล้วมองลงมาก็จะเห็นภาพตัวเมืองได้อย่างชัดเจน .. ผังเมืองก็ออกแบบไว้เป็นอย่างดีมีถนนสายหลัก มีวงเวียน และแน่นอนว่านักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินเล่นไปตามถนนหนทาง ตรอกซอกซอยได้อย่างสบาย .. 




โดยมากนักท่องเที่ยวก็จะนิยมเดินเล่น หรือไม่ก็ใช้บริการนั่งรถชมวิวเมืองเพื่อประหยัดเวลา และได้อีกอรรถรสของการเดินทาง.. โดยตามพื้นที่ต่าง ๆ เราก็จะพบกับโบสถ์อยู่เรื่อย ๆ โดยสถาปัตยกรรมที่เราสามารถพบเห็นได้ก็เป็นในแบบสไตล์ยุโรปคล้าย ๆ กับที่อื่น จะต่างกันก็ตรงแต่ที่มาที่ไปเรื่องราวของประวัติศาสตร์




HOLY TRINITY CATHEDRAL OF TBILISI : มีอีกชื่อหนึ่งคือ มหาวิหารซาเมบา (Sameba) เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของเมืองหลวงทบิลิซีเลยก็ว่าได้กับโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย และยังเป็นโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่ความสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ใครมาทบิลิซีก็ควรจะต้องแวะมาเพราะนี่คืออีกหนึ่งความยิ่งใหญ่ที่พลาดไม่ได้ ภายในโบสถ์จากหลาย ๆ ที่ในจอร์เจียหลายที่ก็อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในได้ แต่บางทีก็ไม่อนุญาต ยังไงก่อนจะเดินเข้าก็ควรสังเกตุป้ายกันสักนิด .. ความพีคอีกอย่างของโบสถ์นี้ก็คือเมื่อเราขึ้นไปยังมุมสูงของเมืองก็ยังสามารถมองเห็นโบสถ์นี้ได้อย่างชัดเจนกับภาพของโดมสีทอง และแวดล้อมด้วยบรรยากาศของตัวเมืองที่อยู่รายล้อม



THE BRIDGE OF PEACE : นี่คืออีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างที่เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ชาวจอร์เจียด้วยกันเองนิยมมาถ่ายรูปเล่นกันมากที่สุดแห่งหนึ่ง ก็คือ สะพานสันติภาพ The bridge of peace ด้วยรูปทรงการออกแบบที่ดูล้ำสมัยตั้งพาดผ่านแม่น้ำสายสำคัญของตัวเมืองอย่างแม่น้ำ Mtkvari กับความยาวเพียง 150 เมตร ที่เราสามารถเดินเล่นได้แบบไม่กินเวลามากนัก หรือใครที่อยากเก็บภาพสะพานนี้แบบจริง ๆ จัง ๆ แบบสวย ๆ แนะนำว่าควรเป็นช่วงหัวค่ำสะพานก็จะเปิดไฟก็เป็นอีกช่วงที่จะได้ภาพงาม ๆ กลับไป



JVARI MONASTERY : วิหารจวารี .. สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพแนวแลนด์สเคปนี่คืออีกหนึ่งจุดในพื้นที่ใกล้เมืองทบิลิซีที่จะต้องหาเวลามาเก็บภาพให้ได้ ยิ่งหากได้วันที่อากาศดีดีสดใสด้วยแล้ว จะทำให้ได้ภาพสวย ๆ มุมสวย ๆ กลับไปแน่นอนกับภาพของวิหารจวารีที่ตั้งอยู่บนยอดเขาใกล้ ๆ กับเมือง Mtskheta ที่อยู่ห่างออกมาจากทบิลิซีไม่ถึง 30 กิโลเมตร นอกจากเราจะได้สัมผัสความเก่าแก่ของวิหารนี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 6 แล้วยังได้เห็นวิวสวย ๆ จากมุมสูง ๆ มองลงไปเบื้องล่างเห็นแม่น้ำ Aragvi และ Kura ที่ไหลมาบรรจบกันแวดล้อมด้วยภูเขา และบรรยากาศของตัวเมืองที่มองจากบนนี้แทบจะกลายเป็นของเล่นไปเลย..





ZHINVALI RESERVOIR : อ่างเก็บน้ำ Zhinvali เส้นทางมุ่งหน้าสู่นอกเมืองกันบ้างโดยก่อนจะถึงเมือง Gudauri เมืองตากอากาศเมืองสกีรีสอร์ทเราจะพบกับจุดชมวิวเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่มากกับวิวอ่างเก็บน้ำ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ยังไงก็ต้องแวะ ซึ่งแม้อาจจะไม่ได้โด่งดังอะไรมาก แต่การได้พักเบรกสัก 15-20 นาที ลงไปเก็บภาพไปยืนมองความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติของขุนเขาคอเคซัสที่อยู่ไกลออกไปเบื้องหน้าก็เป็นการเติมเต็มความสดชื่นให้กับสายตาได้มากไม่น้อย


ANANURI FORTRESS : บนเส้นทางต่อเนื่องสู่เมือง Gudauri เราจะผ่านอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญ และเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์เจียก็คือป้อมปราการ Ananuri หนึ่งในมรดกโลกที่ชาวจอร์เจียภาคภูมิใจซึ่งทางองค์กรยูเนสโก้ได้ประกาศมอบให้ในปี 2007 ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งที่นี่เราจะได้สัมผัสกับภาพของปราสาท โบสถ์ ป้อมปราการไปพร้อม ๆ กัน .. จากถนนสายหลักเราจะเห็นยอดหอคอยปราสาทแต่ไกล จนค่อย ๆ เข้ามาใกล้ทีละน้อย ๆ จนได้สัมผัสบรรยากาศด้านในก็จะรับรู้ได้ถึงความโบร่ำโบราณเก่าแก่เนื่องจากอายุอานามของที่แห่งนี้ก็ปาเข้าไปร่วม 800 ปีแล้ว
 



RUSSIA - GEORGIA FRIENDSHIP MONUMENT : อนุสรณ์สถานที่มีความสวยงามและโดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อย่างเทือกเขาคอเคซัสที่อยู่รอบ ๆ .. ภาพของกำแพงหินที่มีรูปภาพลวดลายสีสันโดดเด่นนี่เป็นสัญลักษณ์ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศระหว่างจอร์เจีย และรัสเซีย อยู่ระหว่างเมือง Gudauri มุ่งหน้า Kazbegi .. ความสวยงามของอนุสรณ์สถานแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพกัน โดยในแต่ละฤดูก็จะพบความงามแตกต่างกันไปอย่างในช่วงหน้าหนาวก็จะเห็นเป็นลานหิมะกว้างใหญ่ พร้อมกับเมื่อไปยืนอยู่ตรงระเบียงกำแพงแล้วเราก็จะได้เห็นวิวเทือกเขาคอเคซัสแบบพาโนรามา ทีนี้ก็อยู่ที่ช่วงที่เดินทางมาแล้วว่าจะได้เจอวิวแบบไหนแต่รับประกันเลยว่าได้คนละฟิวล์ และคนละบรรยากาศแน่นอน




KAZBEGI(STEPANTSMINDA) : มาถึงอีกหนึ่งความพีคกันอย่างต่อเนื่องกับภาพของวิวสวย ๆ ทัศนียภาพที่เรียกว่ากระชากใจให้กับผู้มาเยือนทุกรายที่ Kazbegi หรือเรียกอีกชื่อยาว ๆ ว่า Stepantsminda เป็นเมืองที่อยู่ในจังหวัด Mtskheta - Mtianeti ..โดยมีเทือกเขา Kazbek ที่ว่ากันว่าสวย และสวยถึงสวยที่สุดของเทือกเขาคอเคซัส ความงามของที่นี่ไม่ได้มีแค่วิวเทือกเขาให้เราเห็นถึงความยิ่งใหญ่ แต่คือสุด ๆ แห่งแลนด์สเคปที่ไม่คิดว่าประเทศอย่างจอร์เจียจะมีอะไรอลังการขนาดนี้ เรียกว่าเส้นทางขับรถมานี่ถ้าหวั่นไหวไปกับวิวข้างทางตามแต่ละช่วงฤดูกาลก็อาจขับจอดขับจอดกันเรื่อย ๆ แน่นอน .. และอีกหนึ่งภาพที่เมื่อมาถึงนักท่องเที่ยวจะต้องมีภาพกลับไปก็คือ Gergeti Trinity Church โบสถ์คริสต์นิกายจอร์เจียนออรธโธด็อกซ์ที่โดดเด่นเป็นตระหง่านท่ามกลางหุบเขาคอเคซัสที่แข็งแกร่งมาก เพราะปักหลักได้ขนาดนี้ผ่านลมฝนหิมะแล้วยังคงทนได้ท้าทายต้องยอมรับในการก่อสร้างของคนในสมัยก่อนจริง ๆ .. นักท่องเที่ยวที่มาหากมีเวลามากพอก็สามารถหามุมสวย ๆ ตามเนิน ตามมุมต่าง ๆ เก็บภาพที่หลากหลายได้ตามแต่เวลาของใครมีมากน้อยเท่าไหร่ ส่วนจะเป็นแสงเช้าแสงเย็นทางเราว่าสวยงามต่างกันไป อันนี้ก็อยู่ที่โชคชะตาอีกว่าจะได้แสงสวยกันมากน้อยแค่ไหน แต่แน่นอนเลยว่าหากปักหมุดมาที่แถบนี้แล้วยังไงก็ต้องลิสท์ใส่ชื่อของ Kazbegi มาให้เห็นด้วยตาตนเองสักครั้ง



CHATEAU MUKHRANI VINEYARD : ไร่ไวน์มุคาห์รานี .. นี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อเลยว่าคนไทยเราอาจยังไม่รู้ หรือไม่คิดว่าจอร์เจียจะมีชื่อเสียงอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของไวน์ ซึ่งที่ไร่ไวน์แห่งนี้ก็จะเป็นที่ผลิตไวน์ตั้งแต่สมัยอดีต และในปัจจุบันก็เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาเที่ยวกัน มาเดินชมมาดูขั้นตอนการบ่มไวน์ และแน่นอนว่ารวมไปถึงการลองลิ้มชิมรสไวน์ในแบบจอร์เจีย ซึ่งบอกเลยว่าราคานั้นถูกมากกกกกก เอาเป็นว่าไวน์ระดับเจ๋ง ๆ ที่นี่เราสามารถซื้อได้ในราคาที่ไม่ถึงพันบาทไทย.. 



UPLISTSIKHE : หลายสถานที่ท่องเที่ยวในจอร์เจียก็เป็นสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ ยุคใหม่ ล้ำสมัยดูไฮเทค แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่มากด้วยประวัติศาสตร์ และความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเช่นเดียวกับถ้ำหิน Uplistsikhe แห่งนี้ที่มีอายุคร่าว ๆ ตีกลม ๆ แค่ประมาณ 3,000 ปีเท่านั้นเอง.. ซึ่งจากการสันนิษฐาณของนักโบราณคดีว่ากันว่าที่นี่อาจเป็นที่อยู่อาศัยเก่าแก่ที่สุดของชาวจอร์เจียตั้งแต่สมัยก่อนก็เป็นได้.. แว่บแรกที่ได้เดินเข้ามาภายในพื้นที่ก็สัมผัสได้ถึงความแปลกตากับภาพของแนวหินรูปทรงประหลาด ๆ ที่อยู่รายล้อมรอบตัวเรา พร้อมด้วยวิวหน้าผาที่มองออกไปเห็นเมือง และวิวสวย ๆ แบบพาโนรามา.. การเที่ยวชมถ้ำหินถ้าไม่ใช้บริการไกด์นำเที่ยว หากเราต้องการแค่เดินเล่นเก็บภาพเองก็ทำได้.. ที่นี่เป็นอีกแห่งที่เราว่าถ้าจังหวะแสงดี ๆ อากาศดี ๆ จะเป็นอีกจุดท่องเที่ยวที่จะได้ภาพสวย ๆ กลับไปแน่นอน อ้อ !!! ลืมบอกไปถ้ำหินแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในมรดกโลกที่องค์กรยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้ด้วยตั้งแต่ปี 2007 .. หากใครมาจอร์เจียแล้วเบื่อจากตัวเมืองขับรถออกมา หรือหาทัวร์แบบวันเดียวมาที่นี่ก็ได้ เพราะระยะทางแค่ประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น ก็จะได้พบกับธรรมชาติสวย ๆ แล้ว




BATUMI : ปิดท้ายกันที่เมืองตากอากาศริมทะเลที่อยู่ติดกับทะเลดำ Black Sea เมืองนี้ก็จะเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นตึกสูง เป็นสไตล์เมืองตากอากาศที่มีอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่น และใช้เวลาปลดปล่อยวันแห่งความสุขกันเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาเดินเล่นไปตามตัวเมืองเก่า ผ่านถนนหนทางสวย ๆ แวะถ่ายรูปกับโบสถ์ หรือตามสวนสาธารณะเรียกว่าใช้เวลากันได้เต็มที่หลากหลายเลยกับเมืองนี้ .. 




แต่ในส่วนที่เป็นไฮไลท์และน่าสนใจที่สุดของเมือง Batumi คงหนีไม่พ้นบรรยากาศริมทะเลดำ..ที่เป็นเหมือนแหล่งบันเทิงของนักท่องเที่ยวที่มาไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ลานกิจกรรม ชิงช้าสวรรค์ ตึก Alphabet Tower ที่จะพลาดไม่ได้เพราะชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิวเมืองที่เราสามารถนั่งจิบเครื่องดื่มได้ด้านบนแล้วมองทะลุผ่านกระจกอาคารเห็นวิวได้ทั่วแบบ 360 องศา .. เป็นอันสรุปได้ว่าจอร์เจียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เหมือนรอผู้คนมาเปิดประสบการณ์ภาพจำสวย ๆ ที่นี่ เพราะด้วยความสวยงามของภูมิประเทศ และธรรมชาติต่าง ๆ รวมไปถึงสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ล้วนเป็นเสน่ห์ที่มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง.. ความสุขของการเดินทางอาจไม่ใช่แค่ได้มาเห็นวิวสวย ๆ เห็นอะไรใหม่ ๆ แต่ความสุขของการเดินทางอาจเพิ่มเติมด้วยว่าเรามาแล้วได้อะไรกลับไปเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่น่าบอกต่อ และเชิญชวนคนที่เรารัก หรือคนที่เราอยากให้มาให้ได้ลองเจอกับอะไรใหม่ ๆ เหมือนที่เราได้รู้ว่าจอร์เจียนั้นเป็นอีกประเทศที่สร้างความประทับใจให้เราได้ไม่น้อยเลย